8/14/2552

ทางเดินของชีวิต


" ฉันและเธอจะเดินไปด้วยกัน
ไม่ว่าจะทุกข์หรือว่าจะสุขสันต์
ฉันจะมีเธอข้างกาย "


เธอเป็นคนที่ฉันเลือกเดินเคียงข้างด้วยในตอนนี้ ทางเดินของเราทั้งคู่ ดูแล้วไม่น่าจะมาบรรจบกันได้ เธอเกิด เติบโต และมาจากที่ ที่ห่างไกลจากฉันเหลือเกิน ฉันเอง ก็ใช้ชีวิตธรรมดา อยู่กับครอบครัวธรรมดา ๆ ของฉัน ในตอนแรก ที่เราได้เจอกัน ฉันไม่สนใจเธอด้วยซ้ำ

แล้ววันเวลาก็ผันผ่านไป เธอกับฉัน รู้จักกันฉันท์เพื่อน แต่ก็เป็นเพื่อนที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันซักเท่าไหร่ เธอมีความคิดของเธอ ฉันมีความคิดของฉัน เราสองคน ทะเลาะกันด้วยเรื่องบางเรื่องเป็นประจำ ในตอนนั้น ฉันรู้สึกว่า เธอช่างเป็นคนที่ไม่น่ารักเอาเสียเลย เธอช่างดูหยาบคาย ไร้มารยาท แต่เมื่อถึงช่วงนึง เธอกับฉัน ต้องมาร่วมงานกัน ซึ่งงานนั้น เป็นงานสุดท้าย ก่อนที่เราจะเรียนจบ และเราก็จะแยกยา้ายกันไป ตามเส้นทางของแต่ละคน เธอและฉัน ได้พิสูจน์ใจกัน และเราต่างคน ต่างชอบพอกัน ตลกดีนะ จากคนที่แทบจะเรียกได้ว่า เกลียดกัน แต่พอมีเรื่องอะไร ที่ต้องมาลำบากลำบนทำร่วมกัน ก็เกิดเป็นความเห็นใจ เข้าใจ ...

เธอและฉัน ตกลงใจ ที่จะลองเดินไปพร้อม ๆ กัน เคียงข้างกัน ในช่วงแรกของความรัก เราเริ่มรู้สึกว่า เราอาจจะไปด้วยกันไม่ได้นาน ฉัน และเธอ มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่ขัดแย้งกัน นั่นเป็นเำพราะ เราต่างคน ต่างยังไม่รู้จักอีกฝ่ายดีพอ เราทะเลาะกันบ่อยครั้ง และแทบทุกครั้ง มันจะจบลงด้วยความมึนตึงของเธอ และน้ำตาของฉัน แล้วเวลาก็เดินไปเรื่อย ๆ หลายต่อหลายครั้ง ฉันคิดจะไปจากเธอ และเธอเอง ก็คิดไม่ต่างกัน ฉันรู้สึกว่าฉันไม่อยากจะเดินร่วมกับเธออีกแล้ว ฉันเหนื่อยเหลือเกิน เธอเดินคนละจังหวะกับฉัน ฉันเหนื่อย...

แล้วเวลาก็ผ่านไป ผ่านไป เธอกับฉัน ปรับตัวเข้าหากันเรื่อย ๆ ฉันเริ่มเข้าใจเธอมากขึ้น และฉันเอง ก็อยู่กับเธอแบบที่ไม่ต้องเสแสร้ง ฉันไม่ต้องพูดจาเอาใจเธอ ฉันไม่ต้องทำตัวแบบที่เธออยากให้เป็น ฉันเริ่มแสดงตัวตน และความคิดเห็น ในแบบที่เป็นฉันจริง ๆ เพียงหวังให้เธอ รับรู้ และมองดูฉัน ในสิ่งที่ฉันเป็น แล้วเราจะได้รู้ ว่าที่จริงแล้ว เรายังต้องการเดินด้วยกันอยู่รึเปล่า

จนมาถึงตอนนี้้ ฉันก็ยังไม่ได้ข้อสรุปหรอกนะ ว่าเราจะเดินไปด้วยกันตลอดรอดฝั่งรึเปล่า บางครั้ง เราก็ยังมีช่วงเวลา ที่มีความเห็นไม่ตรงกัน วันนึง เราอาจจะเดินกันคนละทาง แต่ถ้ามันจะเป็นอย่างนั้น ฉันก็ยินดี ที่จะเดินในทางที่เราตกลงกัน ชีวิตฉัน เดินทางมานาน เคยมีคนเดินด้วยมาหลายคน แต่ไม่เคยมีใคร ที่ฉันเดินด้วย แล้วรู้สึกว่า เป็นการเดินทางที่คุ้มค่า เหมือนเดินกับเธอ...

8/10/2552

วันนึง...


เหนื่อยจัง ...
บางที ฉันก็เหนื่อยนะ กับการใช้ชีวิต เดิม ๆ ไปวัน ๆ ตื่นเช้า รีบแต่งตัว มาทำงาน กลับที่พัก นอน เพื่อที่จะต้องตื่นเช้ามาอีกวัน และอีกวัน ชีวิต ดำเนินต่อไป ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่ จะจบลงแบบไหน ทั้งที่ ตัวฉันเอง ก็เป็นคนเลือกทางเดินนี้เอง ฉันรู้ แต่มันก็อาจจะมีบ้างใช่ไหม ที่เรา เหนื่อยแสนเหนื่อย กับหนทางที่เลือกเดิน..
ฉันช่างบ่นนะ แล้วก้อช่างเบื่อหน่ายกับอะไรง่ายเหลือเกิน ฉันรู้สึกว่า ชีวิตคนเรา ช่างมีอะไรที่เราไม่รู้มากมายเหลือเกิน ฉันอยากจะออกเดินทาง ไปพบปะเรื่องราว ผู้คน เส้นทาง และวิถีชีวิตอื่น ๆ ของผู้คนในที่ต่าง ๆ ฉันอยากรู้ ว่าคนอื่น ๆ บนโลกนี้ เค้าเป็นอยู่กันอย่างไร เค้าดำเนินชีวิตกันยังงัย เค้ามีความฝัน ความหวังอะไรในใจ ฉันอยากเหลือเกินที่จะทำอย่างนั้น และได้แต่หวังว่า วันนั้น คงจะมาถึง ในขณะที่ฉันยังมีเรี่ยวแรงที่จะเดินทาง
ทุก ๆ วัน เราดำเนินชีวิตอยู่ได้ยังงัย ทั้งความจริง ความหวัง ความฝัน ปะปนกันไปหมด เราฝันอยากจะทำอย่างนั้น อย่างนี้ แต่เรากลับทำอีกอย่างนึง ควบคู่กันไปด้วย ฉันอยากออกเดินทาง ท่องเที่ยวไปเรื่อยเปื่อย วัน ๆ เพ้อฝันแต่เรื่องพวกนี้ แต่สิ่งที่ฉันทำอยู่ในความเป็นจริง คือฉันเป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดา ๆ คนนึง ที่มีวิถีชีวิตเดิม ๆ ซ้ำ ๆ กันทุกวัน ทุกวัน และทุกวัน ทำไมน่ะเหรอ เพระฉันยังไม่เจอหนทางของตัวเอง ที่จะก้าวตามฝัน ไม่ใช่ว่าฉันจะล้มเลิกหรอกนะ เพียงแต่ฉันยังรอโอกาส ที่จะทำตามนั้นอยู่ เชื่อสิ วันนึง เราทุกคน จะได้ทำตามความฝัน ถ้าเราไม่ลืม
ว่าครั้งนึง เราเคยฝันอะไรไว้..

8/05/2552

เวลาอันแสนสั้น


เวลา ...
คำๆ เดียว แต่มีความหมายและความสำคัญหลายหลาก เวลาของบางคน อาจแสนสั้น และผ่านไปเร็วเหลือเกิน เวลาของบางคน ก็ช่างเนิ่นนาน และคลืบคลานไปอย่างช้า ๆ แปลกนะ ทั้งที่ เราทุกคน ก็ล้วนแล้วแต่มีเวลาเท่า ๆ กัน แ่ต่กลับใช้ไปไม่เท่ากัน

เมื่อตอนที่ฉันยังเด็ก ถิ่นที่อยู่ของฉัน เป็นถิ่นที่สงบ ผู้คนไม่เร่งรีบตามประสาคนที่อยู่ชนบท

แต่พอฉันโตขึ้น และได้เข้ามาเล่าเรียนอยู่ในเมืองหลวง วิถีชีวิตแบบชนบท ไม่มีให้เห็นอีกต่อไป ทุก ๆ คน ดูจะใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ ตอนแรก ๆ ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจ และไม่สามารถที่จะเร่งให้ทันคนอื่น แต่คนเราทุกคน ก็พร้อมที่จะเรียนรู้ และปรับเปลี่ยน มิใช่หรือ. ใช้เวลาเพียงไม่นาน ฉันก็เริ่มทำความเร็วให้กับตัวเองได้ ฉันถูกกลืนไปกับสังคมคนเมือง ฉันใช้ชีวิตเร่งรีบอยู่พักใหญ่ แล้วก็กลับพบว่า ในความเร่งรีบ มีแต่ความว่างเปล่า เราทุกคน เร่งรีบ เร่งรีบ และเร่งรีบ เพื่อเป้าหมายบางอย่าง เราไขว่คว้าหาบางสิ่ง โดยที่เราเองนั้น ก้อไม่รู้เลย ว่าเรายังมีเวลาเหลืออยู่บนโลกนี้มากน้อยเพียงไร ทุกวันนี้ ฉันเร่งรีบ ฉันตื่นแต่เช้า มาทำงาน รีบทำงาน รีบกิน รีบทำงาน รีบกลับบ้าน รีบ รีบ รีบ ตัวฉันเอง ก็ไม่รู้ ว่ากำลังต้องการอะไร ต้องการไขว่คว้าอะไร แต่สิ่งนึงที่ฉันรู้ ก็คือ ถึงแม้เราจะมีเวลา แต่สำหรับหนึ่งชีวิตมนุษย์ มันก็ไม่ได้นานมากมายอะไร บางคนมีเวลา ร่วมร้อยปี บางคนหลายสิบปี บางคนน้อยปี และบางคนก็ไม่ถึงปี เราทุกคน ไม่มีวันที่จะรู้ได้เลย ว่าเราจะมีเวลาชีวิตไปจนถึงเมื่อไหร่ ตอนนี้ ฉันก็เริ่มเร่งรีบ เผื่อว่าวันนึง ถ้าฉันได้อยู่ดูโลกนานพอ นานจนฉันไม่สามารถทำอะไรได้ ฉันจะได้ใช้ชีวิตเรียบง่าย สงบ และย้อนกลับมานึกถึงช่วงเวลาที่เร่งรีบนั้น และมีความสุขไปกับมัน

ถ้าตอนนี้อยากจะทำอะไร ก็ทำไปเถอะนะ อย่ากลัวความผิดพลาด ฉันจะไม่พูดหรอกนะ ว่ามันจะไม่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่เธอจะได้รับจากความผิดพลาด มันจะเป็นประสบการณ์ส่วนตัวของเธอ ทำให้เธอได้รู้ และระวังในเรื่องนั้น ๆ และเมื่อถึงวันนึง ที่เธอแก่ตัวลง เธอจะนึกถึงมันอย่างมีความสุข เธออาจจะทำพลาดไปบ้าง ในบางเรื่อง แต่มันก็คงจะดีกว่าเธอพลาด เพราะเธอไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย และมานั่งครำครวญถึงมัน ในเวลาที่เธอ ทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว . . .