นอกจากครอบครัวแล้ว เธอคือคนอื่น ที่ฉันรักมากที่สุด คือคนที่ฉันยอม และให้อภัยอย่างที่สุด
ฉันรู้สึกว่า ใช่แล้ว คนนี้แหละ ที่ฉันอยากจะวางใจ ใช้ชีวิตด้วย เธอช่างเข้าอกเข้าใจฉัน เข้าใจในตัวตนของฉัน มีน้ำใจ อารมณ์ดี
แต่วันนี้ ฉันเริ่มลังเล เธอมีบาดแผลเล็ก ๆ อยู่ในใจ มันเป็นบาดแผลแห่งความเจ็บช้ำน้ำใจ ที่เธอเคยได้รับจากใครคนก่อน เธอจะคอยระแวงอยู่ตลอดเวลา คิดกลัวว่าฉันจะนอกใจ โธ่.. ที่รัก ฉันจะทำอย่างนั้นกับเธอได้ยังงัยล่ะ ก็ฉันออกจะรักเธอมากขนาดนี้ เราเคยผ่านช่วงวันคืนที่เลวร้ายมาด้วยกันตั้งมากมาย มันยังไม่พอที่จะทำให้เธอไว้เนื้อเชื่อใจฉันอีกเหรอ ฉันไม่เคยโกหกเธอเลยแม้เพียงครั้ง แต่ทำไม เธอกลับตอบแทนความรัก ความซื่อสัตย์ ที่ฉันมีให้ ด้วยถ้อยคำผรุสวาส ฉันได้แต่เฝ้าถามตัวเองเรื่อยไป ทุกครั้งที่เรามีความคลางแคลงใจ เธอไม่เคยรับรู้ ความรู้สึกของฉันเลยเหรอ เธอไม่เคยสัมผัสแววตาอบอุ่น และแสนรักใคร่ เวลาที่ฉันมองเธอหรอกหรือ เธอคิดว่า ฉัน ที่รัก.. และอดทนกับอุปสรรคที่เคยเกิดขึ้นกับเราในอดีต ฉัน ที่คอยเป็นห่วง และให้กำลังใจเธอ ในยามที่เธอผิดหวัง ฉันจะทำอย่างนั้นกับเธอได้ลงคอหรือ
ไม่เลย ... ฉันไม่เคย ไม่เคยเลยที่จะอยากมีใคร ขณะที่ฉันมีเธออยู่ในใจ ฉันไม่อาจบอกได้หรอก ว่าฉันจะมีเธอเพียงคนเดียว ตลอดไป ไม่ใช่ว่าฉันไม่รักเธอ แต่ฉันไม่อาจตัดสินอนาคตได้ สิ่งที่ฉันจะสามารถบอกได้อย่างเต็มปาก ก็คือ ฉันจะไม่มีวัน รักใครพร้อม ๆ กันสองคน ฉะนั้น วางใจเถอะ ตราบใดที่ฉันยังรักเธอ ฉันจะไม่มีวันรักคนอื่น ...
จนวินาทีนี้ ฉันก็รักเธอ แต่ฉันสับสนเหลือเกิน ฉันคิดถูกแล้วใช่ไหม ที่รักเธอ ฉันรู้สึกมีความสุขมาก เวลาเราอยู่ด้วยกัน ทำกิจกรรมอะไรหลาย ๆ อย่างร่วมกัน แต่พอถึวงคราวที่เราไม่ลงรอยกัน ฉันรู้สึกว่า ฉันเจ็บปวด ฉันไม่อยากให้เรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นกับเราบ่อย ๆ ฉันกลัว กลัวว่าวันนึง รักที่ฉันมีให้เธอ มันจะลดน้อยลง น้อยลง จนฉันไม่สามารถรักเธอได้อีกต่อไป ฉันไม่ชอบเลย เมื่อถูกกล่าวหา ทุกครั้งที่เธอเข้าใจอะไรไปเอง และมากล่าวโทษฉัน ฉันจะรู้สึกแย่มากทุกครั้ง ฉันเสียใจนะ ที่ความรักของฉัน ไม่มากพอที่จะส่งเข้าไปในหัวใจเธอ ไม่อุ่นพอ ที่จะทำให้เธอคลายความหนาวเหน็บ ไม่เพียงพอ ที่จะอุดช่องว่างของใจเธอ ฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะทำอย่างไร เธอถึงจะไว้วางใจฉัน ฉันไม่รู้ว่า ฉันจะรักคนที่เอาแต่ระแวงฉันไปได้อีกนานซักเท่าไหร่ ถ้าใจเธอ เต็มไปด้วยแผล ฉันเข้าใจ แต่แผล มันไม่มีวันหายไปหรอก ถ้าเธอเอง ยังคอยถือมีดที่ทำร้ายเธอ แล้วเอามีด มาทิ่มแทงตัวเธอเองตลอดเวลา เธอเอาประสบการณ์อันเลวร้ายในอดีตของเธอ มาเป็นกรณีตัวอย่างอยู่ตลอดเวลา บางครั้ง เหตุการณ์เดียวกัน อาจมาจากคนละสาเหตุ คนละที่มา ฉันอาจจะทำอะไร ที่ทำให้เธอ คิดไปในทางนั้น นั่นอาจเพราะ มันไปพ้องกับเหตุการณ์ หรือคำพูดของคนรักของเธอในอดีต แต่ที่รัก เชื่อเถอะ ฉันไม่ได้มีเจตนาเดียว กับคนเก่าของเธอแน่นอน เรื่องเพียงเรื่องเดียว เธอไม่อาจจะเอามาเป็นตัวอย่างตัดสิน เรื่องที่คล้าย ๆ กันได้หรอกนะ ความแตกต่างมันมี
ฉันก็ไม่รู้ ว่าความรักของเราจะเป็นอย่างไร แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ฉันอยากให้เธอรู้ไว้ ว่า ในขณะนี้ ฉันรัก และมีแต่เธอเพียงคนเดียว
11/03/2552
9/01/2552
หมดแล้วหรือ ???? ความไว้ใจ

สิ่งดี ๆ ที่เรามีให้กัน มันไม่ได้ทำให้อะไร ๆ ดีขึ้นมาเลย เธอก็ยังเป็นคนงี่เง่า เอาแต่ใจเหมือนเดิม
เธอรักและเป็นห่วง อันนั้น ฉันเข้าใจ และรับรู้ได้ แต่สิ่งที่ฉันไม่เข้าใจเลย ทำไมเธอถึงไม่เคยไว้ใจฉันเลย
ทุกครั้ง ที่มีเรื่องราวอะไรซักอย่างเกิดขึ้น เธอมักจะมุ้งเน้นไปในทางที่ว่า ฉันจะต้องมีคนใหม่ ฉันจะต้องหาคนใหม่เสมอไป ทำไมล่ะ ฉันอาจจะดูอารมณ์ไม่ดี หรืองอแง ในตอนนี้ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่ได้รักเธอ หรือรักเธอน้อยลงไปเลย ฉันก็รักเธอ เหมือนที่เคยรัก เพียงแต่ บางช่วงอารมณ์ ฉันก็มีความทุกข์ของฉัน มันก็เท่านี้เอง
แค่บางที เธอมาเจอฉันที่อยู่ในสภาพไม่อยากคุยกับใคร เธอก็เข้าใจผิดซะใหญ่โต ฉันไม่ได้ต้องการจะเข้าใจเธอหรอกนะ ในตอนนี้ ฉันต้องการเข้าใจตัวของฉันเอง
ฉันมีความทุกข์เล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตฉัน และฉันก็รักเธอไม่เปลี่ยนแปลง แต่ต่อจากนี้ไป ฉันจะไม่อธิบายเรื่องราว และความคิดของฉัน ให้เธอฟังอีกแล้ว ไม่ว่าเธอจะเข้าใจอย่างไร ก็สุดแท้แต่เถอะนะ ฉันเหนื่อยที่จะอธิบายแล้ว
8/23/2552
DOULOS เรือแห่งความหวัง

เมื่อวานนี้ (22 สค. ) ได้มีโอกาสไปเที่ยวสถานที่ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นแหล่งความรู้ ความน่าสนใจ และความยิ่งใหญ่ ในเวลาเดียวกัน เรือดูโลส!!! จริง ๆ แล้ว เขามาจอดเทียบท่าอยู่ที่บ้านเรา (ท่าเรือคลองเตย) ตั้งเกือบเดือนแน่ะ ยังโชคดีนะ ยังมีโอกาสไปชม ถึงจะเป็นวันรองสุดท้าย ที่ผู้ชมแน่นขนัดก็ตามที
กว่าจะเดินทางไปถึง ก็เป็นเวลาเกือบห้าโมงเย็นแล้ว แต่ค
วามร้อนจากแดด ก็ยังไม่ร้อนแรงเท่าความร้อนจากผู้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมเรือ
ผู้คนมากมาย เดินเข้า ๆ ออก ๆ เรือกันเป็นว่าเล่น ในตอนแรกที่มาถึง ตกใจในจำนวนผู้คนอยู่เหมือนกันนะ เค้ามาทำอะไรกันเยอะแยะเนี่ย เราคิดว่า คนจะไม่เยอะเท่าไหร่ซะอีกนะ ที่ไหนได้ เดินกันขวักไขว่เลย เยอะขนาดไหนน่ะเหรอ หึหึ... เยอะจนเราแทบจะเป็นลมเพราะความร้อนอบอ้าวที่เกิดจากการเบียดเสียดของผู้คนน่ะสิ
100 Unit = 80 Baht. ราคาถูกนะ สำหรับหนังสือภาษาต่างชาติ บนเรือก็จะมีอาสาสมัครจากประเทศต่าง ๆ เดินกันขวักไขว่เชียว
โอย ร้อน !!! อยากจะเป็นลม แล้วก็เดิน ๆ ๆ ไปจนถึงมุมหนังสือเกี่ยวกับพวกทำอาหารและขนม มุมนี้ดีจัง ลมเข้าด้วยหล่ะ ตกลงใจ ยืนเนียนอ่านหนังสือมันตรงนี้แหละฟระ ตู ยืนเนียนได้ซักพัก ก็เดินเนียนต่อไปจนถึงด้านกราบขวาของเรือ เห็นชาวบ้านเค้าออกมายืนรับลมกัน (แหม ความคิดดีนี่คะ คุณพี่ ยืนเนียนด้วยอีกคนละกัน คริ คริ)
โอย ร้อน !!! อยากจะเป็นลม แล้วก็เดิน ๆ ๆ ไปจนถึงมุมหนังสือเกี่ยวกับพวกทำอาหารและขนม มุมนี้ดีจัง ลมเข้าด้วยหล่ะ ตกลงใจ ยืนเนียนอ่านหนังสือมันตรงนี้แหละฟระ ตู ยืนเนียนได้ซักพัก ก็เดินเนียนต่อไปจนถึงด้านกราบขวาของเรือ เห็นชาวบ้านเค้าออกมายืนรับลมกัน (แหม ความคิดดีนี่คะ คุณพี่ ยืนเนียนด้วยอีกคนละกัน คริ คริ)
แหมมม ลมมันเย็นดีจิง ๆ เล้ย เฮ่ออ ซาบาย สบายจนอยากหลับเลย แต่เกรงใจชาวบ้าน เอ่อ คือว่า ยังพอมียางอายอยู่บ้างง่ะ (_ _')
ซักพัก ใหญ่ ๆ ก็ยอมสละที่ยืนให้ชาวบ้าน เค้ามาซึมซับอารมณ์เดียวกันกะเราบ้าง เข้าใจ ๆ ว่าอยากมายืนรับลมกันบ้าง ก็นะ อาม่า อากง ยังมาเลยค่า พาหลานมาเที่ยวดูเรือ เลยต้องหลีกทางเค้า ไม่งั้น เดี๋ยวจะกลายเป็นคนไม่มีน้ำใจ จริง ๆ ก็ไม่อยากมีน้ำใจหรอก สถานการณ์มันบังคับ
หลังจากอิดอออด เอ้อระเหยอยู่พักใหญ่ ก็สำเหนียกได้ ว่าควรจะกลับซะที มันจะมืดแล้ว อันตราย
ทริปเล็ก ๆ ก็เลยจบลง รอก่อนนะ ถ้าคราวหน้ามาอีก จะไปหาใหม่
8/17/2552
สิ่งที่เธอเห็น กับสิ่งที่ฉันเป็น
อย่าดูแต่เพียงแค่ปก "
ฉันเชื่อ ว่าทุกสิ่งในโลกนี้ ล้วนมีคุณค่าอยู่ในตัวเอง
เพียงแค่ เราเลือกที่จะมองในส่วนนั้นหรือเปล่า
ที่ผ่านมา ชั้นได้แต่เชื่อว่า ถ้าฉันอยากประสบความสำเร็จ ฉันต้องมุ่งมั่น ขวนขวาย เอาความรู้เข้าตัวมาก ๆ ทำตัวให้เป็นคนที่ดูมีความมั่นใจในตัวเอง ฉันคิดว่า สิ่งเหล่านั้น จะเป็นบันได ให้ฉันก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ แต่เปล่าเลย ฉันยิ่งดิ้นรนมากเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกอ่อนล้ามากเท่านั้น ฉันไม่เข้าใจเลย ฉันกำลังจะนำพาตัวเองไปสู่แหล่งความรู้ ฉันทั้งฝึกอบรม ทั้งมีความคิดที่จะลงเรียนอย่างจริงจัง คิด คิด และคิด ฉันทำ ทำ และทำ แต่ทำไมนะ ตอนนี้ ฉันรู้สึกอ่อนล้าเหลือเกิน ...
และแล้วฉันก็ได้รู้ ในสิ่งที่ข้องใจ ความต้องการที่ไม่สิ้นสุดของฉัน ในทุกขณะ กำลังกดดันตัวฉัน โดยที่ตัวฉันเองนั่นแหละ ที่เป็นคนกดดันตัวเอง ฉันอยากสำเร็จ อยากเก่ง อยากเปลี่ยนเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเอง แต่กลับกลายเป็นว่า ฉันยิ่งทำมันเท่าไหร่ ฉันกลับไม่มั่นใจขึ้นเรื่อย ๆ
ฉันเหนื่อย และล้า .. แต่ตอนนี้ฉันเพิ่งจะเข้าใจอะไร ๆ มากขึ้น เข้าใจว่าวิธีคิดและปฎิบัติของฉันที่ผ่านมา รังแต่จะสร้างความอ่อนล้า และไม่มั่นใจ ขึ้นมาในจิตใจของฉัน ฉันเดินลัดขั้นตอนเกินไป
อยากแต่จะสร้างความสำเร็จ อยากให้ใคร ๆ ยอมรับในตัวตนของฉัน แต่ตัวฉันเอง ไม่ได้มีความภูมิใจ และยอมรับตัวเองเลย ฉันกลับเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นตลอดเวลา เปรียบเทียบ และก่นด่าตัวเอง
อยากมีความมั่นใจอย่างเขา อยากเก่งอย่างเขา ตอนนี้ ฉันจะไม่คิดอย่างนั้นอีกแล้ว ฉันจะเป็นตัวของฉันเอง ฉันจะทำอะไร ที่ฉันอยากจะทำ เพื่อตัวของฉันเอง และฉันจะเลิกเปรียบเทียบตัวเอง กับคนอื่น
.. เราจะให้ใครมานับถือตัวเราได้ล่ะ ถ้าแม้แต่ตัวเราเอง ยังไม่นับถือตัวเองเลย ...
8/14/2552
ทางเดินของชีวิต

" ฉันและเธอจะเดินไปด้วยกัน
ไม่ว่าจะทุกข์หรือว่าจะสุขสันต์
ฉันจะมีเธอข้างกาย "
เธอเป็นคนที่ฉันเลือกเดินเคียงข้างด้วยในตอนนี้ ทางเดินของเราทั้งคู่ ดูแล้วไม่น่าจะมาบรรจบกันได้ เธอเกิด เติบโต และมาจากที่ ที่ห่างไกลจากฉันเหลือเกิน ฉันเอง ก็ใช้ชีวิตธรรมดา อยู่กับครอบครัวธรรมดา ๆ ของฉัน ในตอนแรก ที่เราได้เจอกัน ฉันไม่สนใจเธอด้วยซ้ำ
แล้ววันเวลาก็ผันผ่านไป เธอกับฉัน รู้จักกันฉันท์เพื่อน แต่ก็เป็นเพื่อนที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันซักเท่าไหร่ เธอมีความคิดของเธอ ฉันมีความคิดของฉัน เราสองคน ทะเลาะกันด้วยเรื่องบางเรื่องเป็นประจำ ในตอนนั้น ฉันรู้สึกว่า เธอช่างเป็นคนที่ไม่น่ารักเอาเสียเลย เธอช่างดูหยาบคาย ไร้มารยาท แต่เมื่อถึงช่วงนึง เธอกับฉัน ต้องมาร่วมงานกัน ซึ่งงานนั้น เป็นงานสุดท้าย ก่อนที่เราจะเรียนจบ และเราก็จะแยกยา้ายกันไป ตามเส้นทางของแต่ละคน เธอและฉัน ได้พิสูจน์ใจกัน และเราต่างคน ต่างชอบพอกัน ตลกดีนะ จากคนที่แทบจะเรียกได้ว่า เกลียดกัน แต่พอมีเรื่องอะไร ที่ต้องมาลำบากลำบนทำร่วมกัน ก็เกิดเป็นความเห็นใจ เข้าใจ ...
เธอและฉัน ตกลงใจ ที่จะลองเดินไปพร้อม ๆ กัน เคียงข้างกัน ในช่วงแรกของความรัก เราเริ่มรู้สึกว่า เราอาจจะไปด้วยกันไม่ได้นาน ฉัน และเธอ มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่ขัดแย้งกัน นั่นเป็นเำพราะ เราต่างคน ต่างยังไม่รู้จักอีกฝ่ายดีพอ เราทะเลาะกันบ่อยครั้ง และแทบทุกครั้ง มันจะจบลงด้วยความมึนตึงของเธอ และน้ำตาของฉัน แล้วเวลาก็เดินไปเรื่อย ๆ หลายต่อหลายครั้ง ฉันคิดจะไปจากเธอ และเธอเอง ก็คิดไม่ต่างกัน ฉันรู้สึกว่าฉันไม่อยากจะเดินร่วมกับเธออีกแล้ว ฉันเหนื่อยเหลือเกิน เธอเดินคนละจังหวะกับฉัน ฉันเหนื่อย...
แล้วเวลาก็ผ่านไป ผ่านไป เธอกับฉัน ปรับตัวเข้าหากันเรื่อย ๆ ฉันเริ่มเข้าใจเธอมากขึ้น และฉันเอง ก็อยู่กับเธอแบบที่ไม่ต้องเสแสร้ง ฉันไม่ต้องพูดจาเอาใจเธอ ฉันไม่ต้องทำตัวแบบที่เธออยากให้เป็น ฉันเริ่มแสดงตัวตน และความคิดเห็น ในแบบที่เป็นฉันจริง ๆ เพียงหวังให้เธอ รับรู้ และมองดูฉัน ในสิ่งที่ฉันเป็น แล้วเราจะได้รู้ ว่าที่จริงแล้ว เรายังต้องการเดินด้วยกันอยู่รึเปล่า
จนมาถึงตอนนี้้ ฉันก็ยังไม่ได้ข้อสรุปหรอกนะ ว่าเราจะเดินไปด้วยกันตลอดรอดฝั่งรึเปล่า บางครั้ง เราก็ยังมีช่วงเวลา ที่มีความเห็นไม่ตรงกัน วันนึง เราอาจจะเดินกันคนละทาง แต่ถ้ามันจะเป็นอย่างนั้น ฉันก็ยินดี ที่จะเดินในทางที่เราตกลงกัน ชีวิตฉัน เดินทางมานาน เคยมีคนเดินด้วยมาหลายคน แต่ไม่เคยมีใคร ที่ฉันเดินด้วย แล้วรู้สึกว่า เป็นการเดินทางที่คุ้มค่า เหมือนเดินกับเธอ...
8/10/2552
วันนึง...

เหนื่อยจัง ...
บางที ฉันก็เหนื่อยนะ กับการใช้ชีวิต เดิม ๆ ไปวัน ๆ ตื่นเช้า รีบแต่งตัว มาทำงาน กลับที่พัก นอน เพื่อที่จะต้องตื่นเช้ามาอีกวัน และอีกวัน ชีวิต ดำเนินต่อไป ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่ จะจบลงแบบไหน ทั้งที่ ตัวฉันเอง ก็เป็นคนเลือกทางเดินนี้เอง ฉันรู้ แต่มันก็อาจจะมีบ้างใช่ไหม ที่เรา เหนื่อยแสนเหนื่อย กับหนทางที่เลือกเดิน..
ฉันช่างบ่นนะ แล้วก้อช่างเบื่อหน่ายกับอะไรง่ายเหลือเกิน ฉันรู้สึกว่า ชีวิตคนเรา ช่างมีอะไรที่เราไม่รู้มากมายเหลือเกิน ฉันอยากจะออกเดินทาง ไปพบปะเรื่องราว ผู้คน เส้นทาง และวิถีชีวิตอื่น ๆ ของผู้คนในที่ต่าง ๆ ฉันอยากรู้ ว่าคนอื่น ๆ บนโลกนี้ เค้าเป็นอยู่กันอย่างไร เค้าดำเนินชีวิตกันยังงัย เค้ามีความฝัน ความหวังอะไรในใจ ฉันอยากเหลือเกินที่จะทำอย่างนั้น และได้แต่หวังว่า วันนั้น คงจะมาถึง ในขณะที่ฉันยังมีเรี่ยวแรงที่จะเดินทาง
ทุก ๆ วัน เราดำเนินชีวิตอยู่ได้ยังงัย ทั้งความจริง ความหวัง ความฝัน ปะปนกันไปหมด เราฝันอยากจะทำอย่างนั้น อย่างนี้ แต่เรากลับทำอีกอย่างนึง ควบคู่กันไปด้วย ฉันอยากออกเดินทาง ท่องเที่ยวไปเรื่อยเปื่อย วัน ๆ เพ้อฝันแต่เรื่องพวกนี้ แต่สิ่งที่ฉันทำอยู่ในความเป็นจริง คือฉันเป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดา ๆ คนนึง ที่มีวิถีชีวิตเดิม ๆ ซ้ำ ๆ กันทุกวัน ทุกวัน และทุกวัน ทำไมน่ะเหรอ เพระฉันยังไม่เจอหนทางของตัวเอง ที่จะก้าวตามฝัน ไม่ใช่ว่าฉันจะล้มเลิกหรอกนะ เพียงแต่ฉันยังรอโอกาส ที่จะทำตามนั้นอยู่ เชื่อสิ วันนึง เราทุกคน จะได้ทำตามความฝัน ถ้าเราไม่ลืม
ว่าครั้งนึง เราเคยฝันอะไรไว้..
8/05/2552
เวลาอันแสนสั้น
เวลา ...
คำๆ เดียว แต่มีความหมายและความสำคัญหลายหลาก เวลาของบางคน อาจแสนสั้น และผ่านไปเร็วเหลือเกิน เวลาของบางคน ก็ช่างเนิ่นนาน และคลืบคลานไปอย่างช้า ๆ แปลกนะ ทั้งที่ เราทุกคน ก็ล้วนแล้วแต่มีเวลาเท่า ๆ กัน แ่ต่กลับใช้ไปไม่เท่ากัน
เมื่อตอนที่ฉันยังเด็ก ถิ่นที่อยู่ของฉัน เป็นถิ่นที่สงบ ผู้คนไม่เร่งรีบตามประสาคนที่อยู่ชนบท
แต่พอฉันโตขึ้น และได้เข้ามาเล่าเรียนอยู่ในเมืองหลวง วิถีชีวิตแบบชนบท ไม่มีให้เห็นอีกต่อไป ทุก ๆ คน ดูจะใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ ตอนแรก ๆ ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจ และไม่สามารถที่จะเร่งให้ทันคนอื่น แต่คนเราทุกคน ก็พร้อมที่จะเรียนรู้ และปรับเปลี่ยน มิใช่หรือ. ใช้เวลาเพียงไม่นาน ฉันก็เริ่มทำความเร็วให้กับตัวเองได้ ฉันถูกกลืนไปกับสังคมคนเมือง ฉันใช้ชีวิตเร่งรีบอยู่พักใหญ่ แล้วก็กลับพบว่า ในความเร่งรีบ มีแต่ความว่างเปล่า เราทุกคน เร่งรีบ เร่งรีบ และเร่งรีบ เพื่อเป้าหมายบางอย่าง เราไขว่คว้าหาบางสิ่ง โดยที่เราเองนั้น ก้อไม่รู้เลย ว่าเรายังมีเวลาเหลืออยู่บนโลกนี้มากน้อยเพียงไร ทุกวันนี้ ฉันเร่งรีบ ฉันตื่นแต่เช้า มาทำงาน รีบทำงาน รีบกิน รีบทำงาน รีบกลับบ้าน รีบ รีบ รีบ ตัวฉันเอง ก็ไม่รู้ ว่ากำลังต้องการอะไร ต้องการไขว่คว้าอะไร แต่สิ่งนึงที่ฉันรู้ ก็คือ ถึงแม้เราจะมีเวลา แต่สำหรับหนึ่งชีวิตมนุษย์ มันก็ไม่ได้นานมากมายอะไร บางคนมีเวลา ร่วมร้อยปี บางคนหลายสิบปี บางคนน้อยปี และบางคนก็ไม่ถึงปี เราทุกคน ไม่มีวันที่จะรู้ได้เลย ว่าเราจะมีเวลาชีวิตไปจนถึงเมื่อไหร่ ตอนนี้ ฉันก็เริ่มเร่งรีบ เผื่อว่าวันนึง ถ้าฉันได้อยู่ดูโลกนานพอ นานจนฉันไม่สามารถทำอะไรได้ ฉันจะได้ใช้ชีวิตเรียบง่าย สงบ และย้อนกลับมานึกถึงช่วงเวลาที่เร่งรีบนั้น และมีความสุขไปกับมัน
ถ้าตอนนี้อยากจะทำอะไร ก็ทำไปเถอะนะ อย่ากลัวความผิดพลาด ฉันจะไม่พูดหรอกนะ ว่ามันจะไม่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่เธอจะได้รับจากความผิดพลาด มันจะเป็นประสบการณ์ส่วนตัวของเธอ ทำให้เธอได้รู้ และระวังในเรื่องนั้น ๆ และเมื่อถึงวันนึง ที่เธอแก่ตัวลง เธอจะนึกถึงมันอย่างมีความสุข เธออาจจะทำพลาดไปบ้าง ในบางเรื่อง แต่มันก็คงจะดีกว่าเธอพลาด เพราะเธอไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย และมานั่งครำครวญถึงมัน ในเวลาที่เธอ ทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว . . .
7/31/2552
ความห่วงใยในแบบของเธอ
ที่รัก...เธอบอกว่า เธอรักฉัน
และเธอก็ยังบอกอีก ว่าเธอห่วงฉัน
แต่เธอรู้บ้างมั๊ย ความห่วงใยของเธอ กำลังพันธนาการฉันอย่างแน่นหนา เธอกำลังทำร้ายคนที่เธอพร่ำบอกตลอดเวลาว่ารัก โดยที่เธอไม่รู้ตัวซักนิด..
ฉันเอง ก็รักเธอมากนะ แต่เธออย่าลืมซิว่า แต่ละคน ก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัวเล็ก ๆ ที่ ที่เป็นส่วนตัวจริง ๆ ที่ ที่แม้แต่เธอ ก็เข้ามาก้าวก่ายไม่ได้
เรารักกัน ฉันรู้ แต่เราต้องเว้นที่ว่างส่วนตัวให้คนที่เรารักนะ เพือที่ทั้งเธอ และฉัน จะได้ไม่รู้สึกหายใจไม่ออก แน่น อึดอัด อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ ฉันไม่ได้รักเธอน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ใครจะรู้ ว่าลึก ๆ แล้ว เราเองก็ต้องการที่จะมีเวลาส่วนตัว มีที่ว่างให้ตัวเอง เพื่อตัวเองอย่างแท้จริง
นานมาแล้ว ที่ฉันเคยได้ยินคนกล่าว ว่า "เราไม่มีสิทธิ์ ที่จะไปครอบครองชีวิตใคร เรารักเค้า เราก้อเป็นได้แค่เพื่อนชีวิต คอยอยู่ข้าง ๆ ชีวิตเค้า" ฉันเองก้อเชื่อ และทำอย่างนั้นมาตลอด ฉันไม่ได้จะเรียกร้องอะไรมากมายจากเธอ สิ่งที่ฉันต้องการ คืออยากให้เธอ เปิดใจฟัง สิ่งที่ฉันบอก แล้วลองคิดตามเหตุผลของเธอ เพราะแท้จริงแล้ว ฉันก็ไม่ได้อยากเปลี่ยนแปลงตัวเธอ ฉันเอง ก็ต้องยอมรับในตัวเธอเหมือนกัน เธอ ก็ เป็นเธอ ฉัน ก็เป็นฉัน เราต่างต้องยอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายเป็น ความรักของเรา ถึงจะยืนยาว
แต่ถ้ามันจะไม่เป็นอย่างนั้น ฉันเอง ก็จะทำใจยอมรับ และจะไม่ลืมเลย ว่าครั้งนึง เราเคยรัก และมีเวลาที่ดีร่วมกัน เราเคยก้าวเดินไปพร้อม ๆ กัน อย่ากลัวเลยนะ ถ้าหากว่า วันนึง เราจะไม่เดินด้วยกันอีก อย่างน้อย ครั้งนึง เธอก็เคย มีฉันเดินเคียงข้าง แต่ตอนนี้ ฉันว่า เราไปหาอะไรกินกันดีกว่า ฉันหิวววว....
เพื่อนร่วมงานแสนรัก ????

ในช่วงวัยของการทำงาน คนทำงานก็ต้องเจอ คนที่ต้องนั่งประจันหน้ากันมั่ง นั่งข้าง ๆ กันมั่ง สิ่งมีชีวิตที่เราเรียกว่า "เพื่อนร่วมงาน" แต่ละคน ก็ประสบพบเจอในรูปแบบที่แตกต่างกัน..
- ลูกอีช่างเห็นด้วย อะไร ๆ ชั้นเห็นด้วยกะแกทู๊กเรื่อง เออออ ห่อหมกไปตามเรื่อง ฟังมั่ง ไม่ฟังมั่ง พอถามมัน มันก้อ เออออ ฟังอยู่ ไม่ต้องห่วง ชั้นฟังแกทุกคำ ทุกประโยคแหละ แต่อย่าถามเชียวนะ ว่าที่มันฟัง ๆ น่ะ ตกลงจับใจความได้รึเปล่า หึ หึ.. ก็นะ เราเข้าใจ ว่าเพื่อน ไม่อยากให้เรารู้สึกว่า ชั้นนี่ช่างเป็นคนไม่มีตัวตนเอาซะเล้ย หรือ ชั้นเป็นวิญญาณรึงัย ??
- เทพมาตั้งแต่เกิด คนอะไรวะ แมร่ง เก่งไปซะทุกเรื่อง นู่น นี่ นั่น หนูทำด้าย เก่งมากถึงขนาดแย่งซีนเพื่อนร่วมงานโดยไม่รู้ตัวก้อมี ไม่รู้มันจะเก่งไปไหน กลุ่มนี้ เหมาะอย่างยิ่ง ที่จะคบหา ก็มันเก่งอ่ะ อะไร ๆ มันก้อทำเป็นหมด โมโหรึเปล่าที่ถูกแย่งซีน?? โมโห ก็ทำใจซิค้าบบ แล้วก้อตั้งหน้าตั้งตา เอาความรู้จากมัน มันผลิตความเก่งออกมา เราก้อเก็บเกี่ยว เก็บเกี่ยว หุหุ เสร็จตรู
- เทพมาตั้งแต่เกิด (เอ่อ.. ในความคิดของมันเองคนเดียวน่ะ) พวกนี้ก้อเทพเหมือนกัน แต่ออกแนว รู้ทุกเรื่อง แต่ทำไม่ได้ซักเรื่อง ก็ว่ากันไป พวกนี้ ควรอย่างยิ่งที่จะเป็นตัวฮาประจำกลุ่ม เน้นฮาอย่างเดียว ฮาขี้แตกขี้แตน แต่เวลามีปัญหา อย่าไปรบกวนเค้า ช่วงนั้น เค้าจะรังเกียจเราเป็นพิเศษ หรือไม่ ก้อช่วยออกความคิดเห็น แบบ ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา แล้วมรึงจะออกความคิดเห็นมาทามม๊ายย ??
- ไม่ใช่เรื่องของกรู พวกนี้ จริง ๆ จะใกล้ ๆ กันกะพวกเทพฯ แต่ต่างกันตรงที่ เป็นเทพฯ แบบใจแคบ เก่งนะ แต่นอกจากหน้าที่รับผิดชอบของตัวเองแล้ว ไม่ช่วยเหลือใคร พวกนี้ เจ้านายจะรักเป็นพิเศษ แต่เพื่อน ๆ จะเกลียดเป็นพิเศษ (ฮึ่ม ๆ) และก็มักจะประสบความสำเร็จด้วย เนื่องจาก ไม่ต้องไว้หน้าเพื่อนร่วมงาน ใคร หน้าไหน ก้ออย่ามาแหลม เดี๋ยวโดน!!! (เอ.. หรือจะลองเป็นแบบมันดีหว่า .. เผื่อรุ่ง คริ คริ) กลุ่มนี้ จะเป็นตัวช่วยที่ดีมาก ถ้าหากสิ่งที่เราขอให้มันช่วย เป็นสิ่งที่จะเกื้อหนุนมันได้ หรือเกี่ยวข้องโดยตรงกะมัน เวลาจะขอความช่วยเหลือ ก้อทนๆ กะนิสัยมันเอา เดี๋ยวเราก้อชินไปเองง่ะ
- อะไรก็ได้จ้า เพื่อนในฝัน ?? เพื่อนที่พร้อมจะเข้าใจทุก ๆ ตัวตนของเรา เห็นด้วยกะเราไปทุกเรื่อง แม๋ มันน่ารักจริง ๆ อยากกินข้าวที่ไหน ไต้องไปถามมันหรอก สุดท้ายแล้ว ก้อเป็นที่ที่เราจะไปทุกที ก้อมันเล่นเอาแต่ "ไปเหอะ ไปที่ไหนก้อได้ ชั้นไม่มีเงื่อนไขอะไรกะแกหรอก" อ่ะนะ งี้ตรูหลอกพามันไปกินอาหารญี่ปุ่น แล้วหนีกลับก่อนดีมั๊ยเนี่ย (หวาน !!)
เฮ้อ เพื่อนร่วมงานน่ะ มีหลายแบบ ไอ้ที่สาธยายมา ก็ใช่ว่าจะครอบคลุมไปซะทั้งหมด แต่ก็นั่นแหละ ถึงเพื่อนร่วมงาน จะมีนิสัยอย่างไร เราไม่มีหน้าที่ ที่จะไปเปลี่ยนแปลงอะไรเค้า เค้าเป็นของเค้าอย่างนั้นมาตั้งนานแล้ว เราเพิ่งจะมาเจอเค้า จะไปทำอะไรได้ สิ่งที่เราทำได้ ก็คือ ทำใจ และทำความเข้าใจ ถ้าเราอยู่ในฐานของความเข้าใจ เราก็จะไม่ต้องอดทน และจากน๊านน ก็ ทำตัวเอง ให้สามารถอยู่ร่วมกะเพื่อน ๆ หลากหลายรูปแบบ ทำตัวเราเอง ให้เป็นไปในแบบที่เป็นกลาง เราโอนอ่อนให้เพื่อนบ้าง เราแข็งบ้าง เมื่อเราไม่เห็นด้วย โดยอิงกะหลักความถูกต้อง รู้นะ ว่าเบื่อเพื่อนร่วมงาน แต่เราเป็นคนนี่ ยังงัยซะ เราก้อยังต้องร่วมงานกะคนอยู่ดีอ่ะ ฉะนั้น ทำตัวให้ชินไม่ดีกว่ารึ?? ถ้าต้องถึงขั้นออกจากงาน หางานใหม่ เพราะเบือคน หากี่ที่ กี่ที่ ก็ไม่มีทางพอใจได้หรอก ที่นี่เจอแบบนี้ คิดเหรอ ว่าที่ใหม่ จะไม่เจอแย่กว่านี้ ถ้าเราเข้าใจตรงนี้ เราก็ จะมีความสุขกะงานมากขึ้น ทีนี้ เหตุผลในการเปลี่ยนงานของเรา ก็จะมุ่งเป้าไปในทิศทางเดียว คือ "เงิน" ฮ่า ฮ่า ฮ่า
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
